รายละเอียดบทความ

รู้เรื่องเครื่องทอง
รู้เรื่องเครื่องทอง



เครื่องประดับทำด้วยทองคำเป็นสินค้าที่มียอดจำหน่ายสูงสุดในวงการอุตสาหกรรมเครื่องประดับ ตลอดมาทุกยุคทุกสมัย และจะยังคงเป็นเช่นนี้ตลอดไป ทั้งนี้เพราะมูลค่าของทองคำที่ค่อนข้างจะ มั่นคงตายตัวไม่วูบวาบขึ้นลง สีสันและความเป็นมันวาว รูปแบบหลากหลายที่ใช้ได้กับคนทุกเพศ และทุกวัย ยิ่งเป็นคนเอเชียด้วยแล้ว ยังไงๆ ก็ต้องขอเป็นเจ้าของทองสักเส้น......ขนาดเท่าหนวดกุ้ง ก็ยังดี

เวลาคุณไปซื้อเครื่องประดับที่ทำด้วยทอง ส่วนมากคุณก็ต้องเชื่อใจคนขาย ซึ่งจะบอกคุณว่า ทองที่ ร้านนั้นเป็นทองกี่กะรัต ราคาขายแต่ละร้านมักไม่แตกต่างกันมากนัก โดยปกติราคาทองจะขึ้นอยู่กับ ตลาดโลกในแต่ละวัน มีขึ้นมีลงบ้างเล็กน้อย ที่แน่นอนก็คือ ในระยะยาวราคาทองจะปรับสูงขึ้นไป อย่างสม่ำเสมอผู้คนจึงนิยมซื้อทองเก็บไว้ ยามขัดสนก็สามารถนำมาขายได้ทุกเวลา

นอกจากความสะดวกในการเปลี่ยนทองคำเป็นเงินตราแล้ว ความนิยมชมชื่นเครื่องประดับทำด้วย ทอง ยังขึ้นอยู่กับองค์ประกอบหลายประการดังต่อไปนี้

ความหาไม่ยากจนเกินไป ทองเป็นโลหะมีค่าซึ่งมีคุณสมบัติเหมาะสำหรับใช้ทำเครื่องประดับ และยังหาได้ไม่ยากนัก ปริมาณที่พบมีมากพอสำหรับคนทั่วไปทุกระดับชั้นจะซื้อหามาเป็นสมบัติได้ โลหะชนิดอื่นที่มีคุณสมบัติใช้ทำเครื่องประดับได้ เช่น แทนทาลัมเป็นโลหะที่หาได้ยากมาก ปริมาณ ที่พบมีน้อยจนใครต่อใครแทบไม่เคยได้ยินชื่อ ส่วนเหล็กหรืออะลูมิเนียมก็หาง่าย และมีปริมาณมาก จนเกร่อ กลายเป็นของใช้ประจำบ้านที่ไม่มีราคาค่างวด

ความคงทน ทองสามารถทนต่อการผุกร่อนได้ดีเยี่ยมดังจะเห็นได้จากเครื่องทองโบราณที่ขุด ค้นจากแหล่งอารยธรรมเก่าแก่ หรือจากหลุมฝังศพ เมื่อนำมาทำความสะอาดก็จะส่งประกาย แวววาวเหมือนใหม่ ในขณะที่โลหะอื่น เช่น เหล็ก ทองแดง ผุกร่อนไปจนไม่เหลือเค้าเดิมความถ่วงจำเพาะพอเหมาะ ทองมีค่าความถ่วงจำเพาะเท่ากับ 19.32 ซึ่งค่อนข้างมากเมื่อเทียบกับโลหะชนิดอื่น เช่น เงินมีความถ่วงจำเพาะเพียง 10.53 เท่านั้น เวลานำมาทำเป็นเครื่องประดับทองมักจะถูกนำมาผสมกับโลหะชนิดอื่น ทำให้ความถ่วงจำเพาะและน้ำหนักของมันลดลง แต่ก็ยังสูงพอที่จะทำให้ เครื่องประดับที่ได้มีความคงตัว และมีน้ำหนักไม่เบาโหวงเหวงเหมือนไม่ได้ใส่อะไรเลย

สีสวยงาม ทองบริสุทธิ์มีสีเหลืองเฉพาะตัว รวมกับผิวที่มันวาว ทำให้เป็นที่ชื่นชมแก่ผู้ได้พบเห็นในสมัยโบราณ ผู้คนนิยมทองคำเพราะมีสีเหมือนดวงอาทิตย์ ซึ่งเปรียบเสมือนพระเจ้าผู้ให้ชีวิตแก่มวลมนุษย์ ทองเป็นโลหะมีค่าชนิดเดียวที่มีสีเหลือง โลหะมีค่าชนิดอื่นๆ มักมีสีเทาเงิน ซึ่งเป็นสีของดวงจันทร์อันเป็นบริวาร ของดวงอาทิตย์

ทุบให้เป็นแผ่นบางได้ง่าย คุณลักษณะพิเศษของทองคำบริสุทธิ์ซึ่งมีเนื้อค่อนข้างอ่อน คือเราสามารถ นำมันมาทุบให้แผ่ออกเป็นแผ่นบางแค่ไหนก็ได้ สมมติว่าเรามีเหรียญทองอยู่สองเหรียญ เราสามารถนำมา ทำให้เป็นแผ่นบางมากจนกระทั่งสามารถคลุมหลังคาบ้านได้ทั้งหลัง คนโบราณรู้เรื่องนี้มานานแล้ว และใช้ แผ่นทองในการตกแต่งวัดและวัง ปัจจุบันนีเราก็ยังคงใช้กันอยู่

ดึงยืดให้เป็นเส้นยาวได้โดยไม่ขาด คุณสมบัติข้อนี้เป็นลักษณะที่เด่นที่สุดของทอง ช่างทองโบราณ ของไทยสามารถใช้ด้ายทองนี้ในการทอลวดลายแซมกับผ้า หรือนำมาถักเป็นสร้อยคอ หรือสร้อยข้อมือ เป็นงานที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่ไม่พบในชนชาติอื่น

จุดหลอมเหลวพอเหมาะ ทองมีจุดหลอมเหลว 1,065 องศาเซลเซียส ซึ่งไม่สูงมากเกินไป สามารถใช้ เปลวไฟจากก๊าซบางชนิดหลอมเหลวได้ นอกจากนี้ทองไม่ทำปฏิกิริยากับออกซิเจนในอากาศขณะร้อน เราจึง ไม่ตอ้งใช้เตาเผาพิเศษ ในการหลอมทอง สามารถทำได้ในห้องธรรมดา

โลหะบางอย่าง เช่น แทนทาลัม มีจุดหลอมเหลวสูงถึง 2,996 องศาเซลเซียส และเกิดการรวมตัว กับออกซิเจนในอากาศขณะหลอมเหลวจนกลายเป็นสารประกอบออกไซด์ซึ่งมีสี เวลาหลอมต้องทำ ในเตาพิเศษปิดสนิทไม่ให้ออกซิเจนเข้าไปได้ คนจึงไม่นิยมใช้แทนทาลัมทำเครื่องประดับ มีผู้ผลิต บางรายที่พยายามนำเครื่องประดับที่ทำจากแทนทาลัมเข้าตลาด แต่ราคาของมันสูงเกินไปจนเลิก ล้มไปในที่สุด

นอกจากความสำคัญด้านเครื่องประดับ ทองคำยังมีประโยชน์ในอุตสาหกรรมอิเล็กโทรนิกส์ อุตสาหกรรมเครื่องบิน ดาวเทียมและยานอวกาศ อุตสาหกรรมก่อสร้างตึกระฟ้า มักใช้กระจกฉาบ ด้วยไอทอง เพื่อช่วยสะท้อนแสงอาทิตย์ ทำให้อุณหภูมิภายในตัวตึกต่ำกว่าภายนอก

ทองคำมีประวัติศาสตร์ควบคู่กับมนุษย์มายาวนานตั้งแต่ยุคของอาดัมกับอีฟ คำบรรยายสวนอีเดน ที่ปรากฎในคัมภีร์ไบเบิลบอกว่า ลำธารในสวนนั้นเต็มไปด้วยกรวดทรายทองค กระจัดกระจาย อยู่ทั่วท้องน้ำ

ไม่มีใครรู้ว่าคนนำทองคำมาใช้เป็นเงินตราตั้งแต่สมัยได้ แต่หลักฐานเก่าแก่ที่สุดที่ค้นพบคือ ตั้งแต่ประมาณ 700 ปีก่อนคริสต์ศักราช

การค้นพบเหมืองทองคำในประเทศต่างๆ ก่อให้เกิดชุมชนใหม่ศูนย์กลางการค้าขาย และธุรกิจ ต่อเนื่องขึ้นมาจนนับไม่ถ้วน ซึ่งถ้าไม่ใช่เพราะเหมืองทองแล้ว ดินแดนนั้นๆ คงจะรกร้างปราศ จากผู้คน

เหมืองทองขนาดใหญ่ที่สุดในโลก ถูกค้นพบตั้งแต่ พ.ศ. 2429 ที่เมืองวิทวอเตอร์สแลนด์รีฟ ในอาฟริกาใต้ ปัจจุบันเหมืองแห่งนี้ยังคงผลิตทองคำออกมาอย่าง สม่ำเสมอในปริมาณ 30 % ของผลผลิตทั้งโลก ประเทศผู้ผลิตรองลงมาคือ รัสเซีย อเมริกา ออสเตรเลีย และแคนาดา

เครื่องประดับทองนอกจากจะทรงคุณค่าในด้านราคาและความสวยงามแล้ว ยังเป็นตัวแทนแสดงถึงความรักและความผูกพันระหว่างผู้ให้และผู้รับอีกด้วย คุณค่าของทองที่คงตัวสม่ำเสมอนี้จึงทำให้เหมาะสำหรับเป็นสมบัติตกทอดจากคนรุ่นหนึ่งไปยังอีกรุ่นหนึ่งได้ แม้แต่ระบบเงินตราของประเทศยังต้องใช้ทองคำ เพื่อรับรองราคาเงินตรานั้นๆ

ผู้ลงบทความ : wianggems